บุกมนต์ขลังแดนมหัศจรรย์ที่ กับร้าน Alice’s rustic seafoodคร๊าาา

บุกมนต์ขลังแดนมหัศจรรย์ที่ กับร้าน Alice’s rustic seafoodคร๊าาา

สวัสดีค่ะ ได้เวลากลับมารีวิวอีกครั้ง งวดนี้เป็นรีวิวแบบ SR กับร้าน Alice’s rustic seafood  ค่ะ
รีวิวในวันนี้ เป็นการไปชิมอาหารที่ได้มาจากดีลค่ะว่า วอยเชอร์จากดีลราคา 651 บาทจะสามารถนำมาใช้แทนเงินสดได้ 1200บาทจริงหรือไม่? 1200บาท ทานเมนูได้แค่ไหน? และปริมาณและรสชาติจะคุ้มค่าจริงไหม   วันนี้ เรจะมารีวิวให้ชมกันตามจริงค่ะ

ไว้ติดตามได้กันในรีวิววันนี้

https://lh3.googleusercontent.com/-PHekDGOend8/VLolwsVmkNI/AAAAAAAAFtw/KEfc8r0nPjw/s2048/001.jpg

ซึ่งทุกจาน กินจริงชิมจริง อันไหนฟินไม่ฟินยังไง ติดตามชมกันได้เลยคร๊าาา

และซักนิดก่อนรีวิว
1. รีวิวนี้เป็นรีวิว SRค่ะ ทางกรุ๊ปปอนให้วอยเชอร์อาหารใช้ได้1200บาทมาให้เรได้ลองเอาไปใช้ค่ะ แต่วอยเชอร์ตัวนี้ ไม่รวมเครื่องดื่มค่ะ และส่วนต่างจาก1200บาทที่เหลือเรเรออกเองจ้าแต่ก็ยังเป็นSRรีวิวอยู่เด้อออ อร่อยยังไงตัวไหนไม่ผ่าน ขออนุญาติในการรีวิวตามจริงนะคะ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ไปใช้บริการอื่นๆ
2. ช่วงนี้บางร้านก็ชวนเรไปลองชิมเมนูอาหารนะคะแต่..กราบ ขออนุญาตในการค่อยๆที่จะหาเวลาไปค่ะ เรทำงานประจำไม่ได้เป็นนักรีวิวอาชีพค่ะ ทำเป็นงานอดิเรก

เริ่มจากว่า ทางกรุ๊ปปอนได้ส่งวอยเชอร์ของดีลนี้ มาให้เรไปลองใช้บริการค่ะ ซึ่ง จำนวนเงินของวอยเชอร์นั้นจะมี2เรทด้วยกันคือ
ซื้อ301 ใช้แทนค่าอาหาร 600บาท
และซื้อ 651 ใช้แทนค่าอาหารได้ 1200บาทค่ะ….แต่ว่า อย่าคิดว่า โหยยยยยยยไมไม่ซื้อ301บาท แล้วใช้ 2 ใบ ล่ะ? พอดีว่าทางร้านมีกฎกติการใช้ได้1ใบต่อ1บิลนะจ๊ะ เดี๋ยวพลาดเอาค่ะ

และเมื่อทำการได้วอยเชอร์กันแล้ว เรก็โทรจองไปใช้บริการกันตามปกติค่ะ
โดยตัวร้านนั้น ตั้งอยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์เปิดใหม่ชื่อ Qiss Mallค่ะ ติดกับโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท สามารถเข้าได้จากหลายซอยนะคะ จะเข้าทางสุขุมวิทหรือเข้าทางพระราม4ก็ได้เช่นกันค่ะ

นี้ค่ะเรเข้ามาจากซอยข้างโรงพยาบาลเห็นป้ายนี้

โดยตัวตึกจะมีด้วยกัน2ฝั่งอาหารค่ะ

เดินไปลิฟท์กันค่ะ ขึ้นไปชั้น2

ระหว่างนั้นแอบเจอบุฟเฟ่ต์ด้วย ถ่ายไปจิ๊ดนึง

แล้วเดินไปฝั่งอาหารทางเชื่อมค่ะ

เมื่อเดินข้ามฝั่งอาคารก็เจอร้านเลยค่ะ หาไม่ยาก

นี้ไงถึงแล้วค่ะ มาไม่ผิดแน่นอน

อลิส อินเดอร์ดาร์ก….เอ๊ยยย วันเดอร์แลนดดดด์~~~ (น้องอลิสจะโกธิคไปไหนคะ…)

เข้าไปดูบรรยากาศกันค่ะ ตอนเรไปถึงมี2โต๊ะ เรเลยถ่ายเอาตอนที่จะกลับประมาณบ่าย3ค่ะ ร้านเปิด2ช่วงจะปิดเลยไม่มีคน เลยได้ถ่ายบรรยากาศมานิดหน่อย

และนี้เป็นโตะของเรวันนี้ค่ะ โต๊ะใหญ่มาก นั่ง2คน แต่ก็เต็มโต๊ะได้ 555

ของประดับโต๊ะง่ายๆแต่น่ารัก ตอนแรกนึกว่าขวดพริกไทยรูปเห็ด  เปิดมาเป็นที่ใส่ไม้จิ้มฟันค่ะ

และแล้วก็เริ่มแจ้งสิทธิวอยเชอร์ พร้อมดูเมนูกันค่ะ เมนู1เดียว2หน้าง่ายๆ ราคาอาหารค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ ตอนแรกคำนวนค่าอาหารว่าแป๊ะวอยเชอร์ ไม่ได้สังเกตุว่ามีvatด้วย

แล้วเรก็เลือกไป4จานโดยดีดเครื่องคิดเลขไปด้วยค่ะ เมนู4จานที่สั่งน่าจะราว1200พอดีโดยคร่าวๆตอนแรก
ระหว่างนี้อุปกรณ์ก็มาค่ะ

ทางร้านมีโปรเซ็ตกลางวันด้วย ใครสนใจลองแวะมาชิมได้นะคะแต่เหมือนจะมีเฉพาะวันธรรมดาล่ะ


เมนูแรกก็มาค่ะ อันนี้เป็นเครื่องดื่มไม่รวมในวอยเชอร์นะคะ เรสั่งเองจ่ายเองอันนี้ เป็น เสาวรส ลิ้นจี่ โซดาค่ะ อร่อยยยยย  เสาวรสไม่แรงมากค่ะละลิ้นจี่แบบกระป๋องจะนวลๆหน่อย ดูดๆเจอเนื้อลิ้นจี่ป่นๆมาด้วย แก้วนี้ 85บาทค่ะ

ส่วนคุณชาย สั่งเป็นน้ำเปล่าค่ะ 30บาท …..แต่ว่าแย่งเรดูดเสาวรส ซะงั้น…..

และจานแรกที่สั่งไปก็มาถึงค่ะ  เมนูแรกที่ร้านแนะนำให้ลองสั่งคือ พิงค์ คาโบนาร่าค่ะ  สีชมพูสดใสด้วยบีทรูทททท…..ตอนอัพรูปเล่นมีคนทักว่าพาสต้า เย็นตาโฟด้วย….แอร๊ยยยว่าไปถ้ามีผักบุ้งด้วยเนี่ยหน้าตาใช่เลย

มองดูใกล้ๆจะเห็น ชีสสสสส เบค่อน ค่ะ ให้เครื่องเบค่อนเยอะ ชีสกลิ่นตอนเอามาวางแตะจมูกมาก แต่สีชมพูทำจากบีทรูทเนี่ย มันไม่ได้มีรสชาติโดดเด่นเท่าไหร่ค่ะ (ชอบมีคนคิดว่าบีทรูทเปรี้ยว…ไม่เปรี้ยวนะส่วนใหญ่เครื่องดื่มเค้าชอบผสม เสาวรส มะนาวไรงี้) บีทรูทจริงๆรสคล้ายๆแครอทแต่ไม่กรอบเท่าค่ะ ….แต่จะมีกลิ่นเฉพาะ ซึ่งบางคนไม่ชอบ  ในจานนี้ ไม่มีกลิ่นค่ะ มีแต่สี เลยแบบว่า อร่อย สีสดใส แต่ อีกนิดนึงน๊าแบบมีแต่สีอ่ะ แต่ยอมรับว่าคาโบนาร่าอร่อย ถ้าลวกเส้นกรึบกว่านี้อีกหน่อยคงฟินมาก (เรื่องเส้นเป็นคหสต.ค่ะ คนไทยอาจจะไม่ชอบได้มันเหมือนเส้นไม่สุก)

และอีกจุดที่ฟิน คือ กุ้งเต็มคำดี  ถ้าในฐานะคาโบนาร่าอร่อยค่ะ แต่ จากที่อ่านว่าพิงค์คาโบนาร่าเลยคิดว่าจะมีลูกเล่นอะไรมากกว่านี้ รู้สึกธรรมดาไปนิดแค่สีสดใส

และแล้วก็มาถึงเมนูที่2กันบ้าง ตอนแรกเรจะสั่งพิซซ่าหน้ากระเฉดเห็ดพอททาเบลโล่ ราคา390 ของร้าน แต่ก็อยากกินแซลม่อนชะอมราคา400ด้วย เลยสั่งเป็นฮาร์ฟมาค่ะ แต่….ราคาฮาร์ฟจะเด้งไป460นะคะ…..อย่าพลาดแบบเรเชียว
และก็มาดูพิซซ่ากันบ้าง

พิซซ่าที่นี้ไม่ใช่แบบแป้งบางอิตาเลี่ยนนะคะ แป้งตรงหน้าจะบาง…ออกหนึบๆหว่า และตรงขอบจะฟูหนาคล้ายแบบสไตล์อเมริกัน เหมือนผสมๆกันค่ะแต่พี่พนักงานแจ้งว่าทำออกมาผสมผสานคล้ายแป้งนาน ด้วย    และกลิ่นแรกที่โชยมา บอกเลยค่ะ อาหารที่นี้ สี กับกลิ่นทำได้เก่งมาก คือ เด่นมาแต่ไกลกับกลิ่นกระเฉดค่ะ!!!

ตักแบ่งมาชิมหน้ากระเฉดเห็ด อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกข่าาาาา แต่ข้อเสียยิ่งใหญ่คือว่า มาถึงต้องรีบค่ะ ยิ่งแป้งขอบหนา มันเย็นปุ๊บ ความอร่อยเซงทันที (ชิ้นหลังๆพอเริ่มเย็น หน้าอร่อยโฮกแต่ขอบ…ยื่นให้คุณชายกินได้ม้าาา)

อันนี้หน้า แซลม่อนชะอมค่ะ คือ จริงๆรสคล้ายแซลม่อนรสควัน+ซอส โรยผักชีลาวแต่ ในการนี้ใช้ชะอมมาใส่แทนค่ะ โอเคนะคะ กลิ่นไม่เหมือนผักชีลาวแต่เข้ากันนะ  แต่ว่าก็ดีค่ะ แต่….เจอกระเฉดไปชิ้นซ้ายเลย…………. ดังนั้นใครตามเรไป  สั่งกระเฉดเพียวเถอะค่ะ แนะนำ…เพราะ อร่อยมากกกกกกก (เรื่องรสชาติความชอบอาจจะเป็นแล้วแต่คนนะคะ แต่เรว่าเค้าผัดกระเฉดมาหอม กรุบๆ…จนอยากให้มีสั่งกินกับข้าวอ่ะ อร่อย)

เมนูที่3ที่เรทานในวันนี้ และเป็นของคาวอย่างสุดท้าย เป็นสลัดค่ะ  สลัดปลาทอดซอสวาซาบิค่ะ

เนื้อปลาที่ใช้น่าจะเป็นปลานิลค่ะ แปลกดี ไม่ค่อยเห็นปลานิลนำมาทำอาหารฝรั่ง

ตักแบ่งมาชิมค่ะ ปลานิลไม่มีกลิ่นโคลนนะ อร่อย หอมฉุยจน…หิววว  จานนี้ใช้ได้ค่ะถ้าบีบน้ำมะนาวเข้าไป แต่ว่ากลิ่นของวาซาบิที่เป็นซอส เบามากๆค่ะ เหมือนรสแฝงจนแทบไม่รู้สึกเลยอ่ะ หักจุดนี้นิดนึง

และแล้วอาหารทุกอย่าง (กินไปถ่ายไป)

ก็กลายเป็นอาหารว่างงง

และแล้วก็ทำการตบตูดกันด้วย ของหวานเบาๆที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านค่ะ สวนของอลิส

ถ่ายเยอะเพราะน่ารัก แต่ต้องรีบเพราะมีเชอเบ็ตค่ะ เดี๋ยวละลายยยย

ส่วนผสมของจานนี้ เป็น เมอแรงค์รูปเห็ด หนุบๆหวานๆ บนคุกกี้สีดำเหมือนดิน โรยบนครีมสด ผลไม้ และล้อมด้วยกรานิต้า2รสค่ะ

ซึ่งเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องมือทำสวน ให้…ใช้ทานแทนช้อนได้จริงๆนะ (เค้าบอกงี้อ่ะ)

ลองชิมค่ะ เรว่าใช้ได้ แต่ให้คะแนนความสวยงามเป็นหลักค่ะจานนี้ เบาๆเย็น รสไม่ได้เมพ แต่ฟินหน้าตาสุดบอกเลย

ใช้พลั้วตักได้จริงๆนะ

และแล้วหลังจากฟาดกันหมดจาน ก็ถึงเวลาเช็คบิลค่ะ โดย บิลจะแยกเป็น2บิลคือ อาหาร และเครื่องดื่ม(ที่ต้องจ่ายแยกค่ะ) เรพึ่งเห็นว่าในเมนูยังไม่รวมราคา+vatล่ะค่ะ เลยทำให้เกินที่คำนวนไว้หน่อย

ส่วนอันนี้เป็นค่าเครื่องดื่มที่เรจ่ายไปค่ะ
หากสรุปก็ ค่อนข้างจะสูงนิดนึง อาหารที่นี้กลิ่นทำได้ดี หน้าตาดี รสชาติโอเค แต่เมนูแต่ละตัวมีจุดบอดนิดหน่อยค่ะ
ดีลราคา 651 บาท จ่ายเอง เกือบ200กว่าบาท สรุปมื้อนี้ 2คนราว 900บาทโดยประมาณ อืมมมมมม ตกคนละ 450 ถือว่าค่อนข้างเยอะค่ะ
สำหรับคนที่อยากดินเนอร์ สร้างบรรยากาศประทับใจความฟุ้งฟริ้ง รสชาติดี ร้านนี้อาหารและบรรยากาศเก๋ๆค่ะ
แต่ถ้าสายหนัก….ลองแวะบุฟเฟ่ต์หัวละ 359 ค่ะ (แบบว่า เผลอใจไปวูบนึงล่ะ แบบว่าเคยชิน)

ก็หวังว่ารีวิวในครั้งนี้จะพอมีประโยชน์แก่ทุกท่านที่สนใจกำลังจะหาที่ทานมื้อค่ำเก๋ๆ สไตล์ไม่ซ้ำใครนะคะ

 

About พยูนบูด