ชิม ชม ดมกาแฟ [กับร้านA cup of joe ]@สัมมากรค่ะ

ชิม ชม ดมกาแฟ [กับร้านA cup of joe ]@สัมมากรค่ะ

โดยปกติแล้วเรเองจะไม่ค่อยนิยมการรีวิวซ้ำๆร้านเดิมเท่าไหร่ แต่ จากกระทู้นี้
พยูนรีวิว ร้านกาแฟที่ คั่วเอง เบลนด์เอง ชงเอง ขายเอง  A Cup of Joe @สัมมากร http://pantip.com/topic/31222311
ตอนที่ถ่ายเป็นช่วงค่ำ เลยไม่ได้ถ่ายการคั่วกาแฟอย่างใกล้ชิด แต่ก็มีบางคนได้สอบถามรายละเอียดของการคั่วกาแฟกันมาเหมือนกัน ดังนั้น พอดีมีโอกาสพาพี่ๆน้องๆเรไปชิมกาแฟกันอีกครั้ง เลยได้ถ่ายบรรยากาศต่างๆในการคั่วกาแฟมาไว้ให้สำหรับผู้ที่สนใจการคั่วกาแฟ ค่ะ  กับรีวิว
“ชิม ชม ดมกาแฟ กับร้าน A cup of joe @ สัมมากร”
จะเป็นอย่างไร อร่อยแค่ไหน ไว้ติดตามรับชมกันเลยค่ะ

เริ่มกันจากแผนที่ที่ร้านก่อนนะคะ เนื่องจากทางร้านไม่มี เรเลยทำเองเพื่อความสะดวกในการบอกทาง และการรวบรวมเพื่อง่ายต่อคนหาของกินค่ะ
ร้านนี้สามารถเข้ามาได้ทั้งจากปากซอย112 และ110(ซอยโรงพยาบาล)  จุดสังเกตุคืออยู่ข้างๆทะเลสาปค่ะ หากไม่ได้มีรถส่วนตัวมา แนะว่าบอกวิน “ร้านกาแฟตรงทะเลสาปทางไปโรงเรียน” วินทุกคนมักจะจอดเอี๊ยดหน้าร้านไม่หลงแน่นอน

โดยร้านจะอยู่ตรงข้ามทะเลสาปค่ะ สังเกตไกลๆได้ที่หน้าร้านตรงกับลูกระนาดพอดิบพอดี และส่วนใหญ่เปิดทุกวัน อีกจุดที่เป็นจุดสังเกตุร้านนั้นคือเครื่องคั่วกาแฟที่ตั้งตะหง่านไว้นั้น เอง รอบที่แล้วเรมาค่ำแบบในภาพค่ะเลยไม่ได้เก็บภาพการคั่วกาแฟมาให้ชม

แต่ว่าครั้งนี้ เรได้ผ่านไปทานกาแฟอีกครั้งพอดี เลยมีโอกาสได้เก็บภาพบรรยากาศการคั่วกาแฟกันมาให้ชมค่ะ

โดยเริ่มจาก พี่อ๊อดเจ้าของร้าน ได้เล่าว่ากาแฟของที่ร้านมีจากหลากหลายประเทศค่ะ โดยจะสั่งเมล็ดมา คั่วเอง เบลนด์เอง (ปลูกเองทำหรือยังไม่แน่ใจ) โดยมีทั้งกาแฟจากหลายๆชาติ ไม่ว่าจะเป็น  เอธิโอเปีย กัวเตมาลา บลาซิล คอสตาริก้า ยูนาน เคนย่า ปานามา และ ก็มีเมล็ดกาแฟของไทยด้วยค่ะ   ในภาพนี้ตอนที่คั่วเป็นเอธิโอเปีย เรได้แวะเข้าไปดื่มกาแฟตอนคั่วพอดี

นำเมล็ดกาแฟที่เตรียมไว้พักใส่ตะแกรงค่ะ รอคิวทำการคั่ว โดยแต่ละรอบ จากที่ไปฟังพี่อ๊อดเล่า เห็นว่าเครื่องเจ้ากรรมในภาพนี้ ต่อให้เมล็ดกาแฟแค่50กรัมก็คั่วได้นะจ๊ะ   แต่ปกติปริมาณที่จะคั่วจะอยู่ที่ รอบล่ะ ประมาณ 1 กิโลครึ่งค่ะ

นี้ค่ะ หน้าตาของเครื่อง ราคา…ไม่ทราบค่ะไม่ได้ถาม แต่รู้แค่ หนักมากเอาการอยู่

โดยในการคั่วกาแฟเครื่องจะค่อยๆไต่ความร้อนขึ้นเรื่อยๆ และจะคั่วอยู่ในอุณหภูมิประมาณ 195  ถึง 210ค่ะ

ส่วนเวลาเนี่ย ไม่แน่นอนเนี่ยงจากว่าขึ้นอยู่กับความชื้นของเมล้ดกาแฟแต่ละรอบนั้นเอง ดังนั้นวิธีที่เราจะเช็คว่าเมล็ดกาแฟนั้นได้หรือยังคือ
“ดูสีของเมล็ด” เป็นอย่างแรกค่ะ ซึ่งจะต้องใช้การสังเกตุ ว่าเปลี่ยนไปเข้มมากเข้มน้อย (ตามชอบ) เราสามารถสัเกตุได้จากหน้าต่างเล็กๆที่เครื่องค่ะ

และก็สามารถดึงเมล็ดบางส่วนเพื่อออกมาเช็คได้ด้วยเช่นกัน

ทำการตรวจเช็ค

โดยพี่อ๊อด เจ้าของร้านได้บอกว่า ต้องคอยกะเวลาและคอยสังเกตุเลยทีเดียวเพราะ ถ้ายิ่งตอนเริ่มคั่วไปใกล้จะเสร็จ สีจะเปลี่ยนไวมากกกกก  แถม เมื่อนำออกมาสีจะเข้มขึ้นอีกนิดด้วยค่ะ

นี่ไง สีเริ่มค่อยๆเข้มขึ้นแล้วค่ะ

ระหว่างเรทานกาแฟกันไป ก็ได้รับสาระความรู้ต่างๆจากเจ้าของร้านค่ะ พี่เค้าก็จะเล่าเรื่องต่างๆให้ฟัง อยากรู้เรื่องอะไรก็สอบถามพี่เค้าได้นะคะ และหลังจากที่เราคั่วไปซักระยะ  เปิดมาอีกที สีก็เริ่มเข้มขึ้นแล้วคร๊าาา

ระหว่างนี้มีการให้ลองดมด้วยว่าเริ่มหอมแล้วเห็นไหม๊

และ จากสีที่เราเห็นในจานนี้ เพียบแป๊บเดียว สีของเมล็ดจะเปลี่ยนไวมากค่ะ ที่ดึงใส่จานเป็นสีนี้ ซึ่งอาจจะดูว่าสียังอ่อนเกินไป แต่…..นี้แหละค่ะใช้ได้แล้ว เพราะ

พอเราปิดไฟ เทเมล็ดกาแฟออกมา……….มันจะเข้มขึ้นค่ะ (ไอ่หยะ  แข่งกับเวลายังกะทำกระเทียมเจียว)

และขั้นตอนนี้ จะต้องรีบระบายความร้อนค่ะ และเครื่องจะทำการคนๆเพื่อขัดเยื่อเมล็ดกาแฟที่เป็นป่นๆผิวๆออกด้วยค่ะ

ซึ่งบางที มันก็ต้องมีตัวช่วย (มาเป็นพัดลมเป่าเลยทีเดียว)

เมื่อเย็นระดับนึงแล้ว ก็จะทำการเทออกมาพักไว้ให้หายร้อนค่ะ

และแล้ว วิธีการคั่วกาแฟก็เสร็จสิ้นค่ะ แต่ จากที่สอบถามทางพี่เจ้าของบอกว่า ส่วนใหญ่จะรอพักให้เย็นลงประมาณ1คืนก่อน จะทำการบรรจุถุง   ซื่งเมื่อผ่านไป 1 คืนกาแฟที่คั่วก็จะหอมขึ้นกว่าตอนคั่วใหม่ๆอีกค่ะ

และเมื่อคั่วเสร็จก็จะทำความสะอาดนำเถ้าของเยื้อหุ้มเมล็ดที่หลุดออกมา

เยอะทีเดียว  ซึ่งทั้งหมดทุกขั้นตอนจะกินเวลาประมาณเกือบ30 นาทีค่ะ และ คั่วได้ทีละกิโลครึ่งเท่านั้น  ซึ่ง ช่วงเทศกาลยุ่งๆหากไปอุดหนุนที่ร้าน จะเจอพี่เค้ายืนคั่วกันตั่งแต่9โมงเช้ายัน4ทุ่มก็มีค่ะ (พี่เค้าเล่าว่า สูงสุด25กิโลในวันเดียว)

และแล้ว จากเมล็ดกาแฟที่คั่วนั้น ก็จะนำมาทำการเบลนด์  บด และ นำมาชงให้พวกเราได้ชิมกันคร๊าาา

เข้ามานั่งชิลๆในร้านตากแอร์เย็นๆกันบ้าง

ราคาเมนูต่างๆ ปกติเรชอบอะคัพออฟโจค่ะ ซึ่งเป็นกาแฟซิกเนเจอร์ของร้าน เมนูชานั้น ยังไม่เคยทานเลยอาจจะให้คำตอบไม่ได้ ม็อกค่าก็โอเคค่ะ  แต่ที่ต้องเตือนคือ อย่าทานหลังบ่าย3เชียว…..เดี๋ยวไม่ต้องหลับต้องนอน

และแล้วเราก็ได้มาชิมกาแฟกันค่ะ

นอกจากกาแฟ ที่ร้านมีบราวนี่ย์ที่ ฟินมากอยู่ด้วยค่ะ ไม่ทราบว่าของที่ไหน

แต่ อร่อยค่ะ ราคาสูงนิดนึง(จำได้ว่าสูง) แต่ หนึบและ ….บางคำเจอคาราเมลเป็นก้อนเลยล่ะ
วันนี้แบบชิ้นหมด มีแบบขนาดพอคำ ซึ่งหน้าตาอาจจะดูเฉยๆ แต่….

ข้างในหนึบมากค่ะ  เรทานไปได้แค่ไม่กี่คำ คุณชายฟาดเรียบหมดถุงแทนซะงั้นแหนะ

ก็หวังว่า  พอจะเป็นการชี้เป้าหมายร้านกาแฟดีๆที่ให้ทุกท่านเพลิดเพลินยามดื่มกาแฟกันได้นะคะ

About พยูนบูด